เมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคมย่อมเป็นสัญญาณของฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง จากการพยากรณ์อากาศและสภาพภูมิอากาศทั่วโลกที่แปรปรวน และบางพื้นที่ในหลายๆ จังหวัดมีฝนตกฟ้าคะนองหลงฤดูเข้ามาด้วย นี่คือสัญญาณความแปรปรวนและการเปลี่ยนถ่ายฤดู จากฤดูหนาว เข้า สู่ฤดูร้อน อย่างเป็นทางการ

โดยศูนย์ภูมิอากาศกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินฤดูร้อนปี 61 ของประเทศไทย ช่วงกลางเดือนมีนาคมถึง ปลายเดือนเมษายน จะมีอากาศร้อนอบอ้าว และมีอากาศร้อนจัดบางแห่ง ในบางวันอุณหภูมิอาจสูงสุดไปจนถึง 42- 43 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว
ดังนั้น ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดเช่นนี้ เราควรดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแรง โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานต่ำ และหากต้องอาศัยร่วมกับคนหมู่มากอย่างคอนโดมิเนียม การดูแล เฝ้าระวังการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันจึงสำคัญมาก พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้รวบรวม 5 โรคอันตรายที่มักจะมาในช่วงฤดูร้อนนี้ เพื่อเตรียมตัวป้องกัน รับมือ และเฝ้าระวังกันให้พร้อมมาฝากค่ะ

ฮีทสโตรก (โรคลมแดด)
คือโรคที่ภาวะร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง เช่น การอยู่ท่ามกลางแดดจัดหรือออกกำลังกายในที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน หากได้รับการช่วยเหลือไม่ทันท่วงทีอาจถึงแก่ชีวิตได้ จากสถิติที่ผ่านมาจะพบผู้ป่วยประมาณ 150 ถึง 400 คนต่อเดือน และจะพบผู้ป่วยสูงสุดในช่วงเดือน เม.ย. – พ.ค. และยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
อาการ : จะแตกต่างจากการเป็นลมทั่วไป คือ ไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัด หิวน้ำ เวียนหัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน อาจเกิดอาการช็อคหรือหมดสติ
วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด ดื่มน้ำมากๆ สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ไข้หวัดแดด
ไข้หวัดแดดหรือหวัดหน้าร้อน เกิดจากร่างกายสะสมความร้อนเอาไว้มากจนระบายออกไม่ทัน อันมีปัจจัยทางด้านอากาศและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อยเป็นตัวกระตุ้น โดยเฉพาะคนที่ออกไปในที่ที่มีอากาศร้อนและกลับเข้าห้องแอร์บ่อย ๆ ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ซึ่งอาจทำให้ล้มป่วยได้ในที่สุด
อาการ : มีไข้ ตัวร้อน ปวดศีรษะมาก ตาแดง แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีน้ำมูก หรืออาจมีน้ำมูกใส ๆ บ้างเล็กน้อยไม่มากอย่างไข้หวัด และไม่มีอาการเจ็บคอ แต่จะเป็นลักษณะปากคอแห้ง แสบคอ รู้สึกขมปาก
วิธีป้องกัน : พยายามอย่าหลบร้อนไปพึ่งแอร์เย็น ๆ โดยทันที เพราะอาจทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันจนเป็นหวัดแดดได้ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันหวัดได้ และควรจิบน้ำบ่อย ๆ ป้องกันภาวะขาดน้ำ

ท้องร่วง
โดยมีสาเหตุ จากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอน พยาธิในลำไส้ โดยการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ค้างคืน มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำไม่สะอาดหรือมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคอุจจาระร่วง เนื่องจากช่วงหน้าร้อนแบคทีเรียจะเติบโตได้ดี โดยข้อมูลล่าสุดของสำนักระบาดวิทยากรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 สิงหาคม 2560 พบผู้ป่วยอุจจาระร่วง จำนวน 4,792 ราย
อาการ : มีการถ่ายอุจจาระเหลวผิดปกติ มากกว่า 3 ครั้งติดต่อกัน ใน 1 วัน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือเป็นมูกเลือด ซึ่งอาจมีอาเจียนร่วมด้วย
วิธีป้องกัน : รับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ทำความสะอาดวัตถุดิบก่อนปรุงอาหาร และไม่ใช้มีดเขียงสำหรับหั่นอาหารดิบและสุกร่วมกัน

โรคผิวหนัง
อุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อน ซึ่งเหงื่อก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง และก่อให้เกิดกลิ่นกายซึ่งทำให้เรารู้สึกขาดความมั่นใจอีกด้วย
อาการ :

  • ผด จะเกิดผดเม็ดเล็ก ๆ แดง ๆ หรือบางครั้งจะเป็นเม็ดใส ๆ พบมากในเด็กเล็ก โดยที่ผดมักขึ้นรอบ ๆ คอ หน้าผาก มีอาการคัน
  • เกลื้อน มีลักษณะเป็นวงขาว ๆ วงแดง ๆ หรือวงดำ ๆ แล้วก็จะคันมากขึ้นมักเกิดบริเวณหลัง หน้าอก ท้อง และในบริเวณร่มผ้า
  • กลาก มักพบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ เหมือนถูกเหงื่อกัด มีอาการคัน หากมีเชื้อราร่วมด้วย ผื่นจะขยายเป็นวง มีขอบเขตชัดเจน เป็นขุย และคันมากขึ้นกว่าเดิม

วิธีป้องกัน : พยายามใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายเหงื่อ ไม่รัดแน่นจนเกินไป อาบน้ำบ่อย ๆ และโรยแป้งบางๆช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราได้

ผิวไหม้
ทั้งเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเที่ยวทะเล มีแต่กิจกรรมปะทะแดดที่พร้อมแผดเผาผิวของเราทั้งนั้น นอกจากจะทำให้ผิวของเราหมองคล้ำและไหม้ ยังก่อให้เกิดกระและฝ้าอีกด้วย
อาการ : ปวดแสบ ปวดร้อน และแดง ถึงขั้นผิวลอกเป็นแผ่น ๆ
วิธีป้องกัน : พกร่ม สวมใส่เสื้อผ้า และแว่นกันแดดสำหรับปกป้องผิวและดวงตา ทั้งนี้หมั่นทาครีมกันแดดก่อนออกแดดประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าหากต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ ก็ควรทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง
จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี พ.ศ. 2556 จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคที่มีสาเหตุจากความร้อนอยู่ที่ 98 ราย และในปี พ.ศ. 2559 เป็น 2,457 ราย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจและยังคงมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอีก โดยเฉพาะเดือนเมษายนของทุกปี และอาการป่วยของโรคหน้าร้อนหลาย ๆ โรค มีอาการคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆ เช่น ฮีทสโตรกมีลักษณะอาการคล้ายเป็นลมธรรมดา หรือ โรคไข้หวัดแดดอาการคล้ายกับโรคไข้หวัด จนทำให้ผู้ป่วยสับสนหรือไม่รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่ ดังนั้นเราควรสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น หรือไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
นอกเหนือจากการดูแลตัวเองและคนใกล้ตัวอย่างดีแล้ว เราควรต้องคำนึงถึงส่วนรวมเช่นกัน เช่น เมื่อพบว่าตัวเองมีอาการป่วยก็ควรงดการแพร่เชื้อ หรือหากจำเป็นต้องใช้พื้นที่ร่วมกันในที่สาธารณะ การใช้แอลกอฮอล์ล้างมือทุกครั้งก็เป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อนบ้าน หากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น เป็นลม หมดสติ จากแดดร้อนจัด ก็ช่วยกันบอกแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น

Load More By แมวอ้วน
Load More In สุขภาพ